วิธีใช้ รถรับจ้างขนของ อย่างไรให้ยืดอายุการใช้งาน และประหยัดน้ำมัน

วิธีใช้ รถรับจ้างขนของ อย่างไรให้ยืดอายุการใช้งาน และประหยัดน้ำมัน การทำงานของเครื่องยนต์ของรถยนต์ทุกประเภทนั้น ต้องยอมรับว่าย่อมมีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัดเช่นเดียวกัน แต่รู้หรือไม่ว่าการขับรถที่ส่งผลให้ระยะทางเพิ่มขึ้นนั้น สามารถพลิกแพลงจากความเสื่อมของเครื่องยนต์ กลายเป็นการยืดอายุการใช้งานรถยนต์แทน ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ด้วย โดยเฉพาะค่าบำรุงดูแลรักษารถยนต์ สามารถปฏิบัติได้อย่างไรนั้น มีวิธีง่ายๆดังต่อไปนี้

การดูแลรักษารถยนต์

1. เติมลมยางให้มีความดันที่อยู่ในค่ามาตรฐาน โดยปกติแล้วจะต้องตรวจเช็คเป็นประจำทุกเดือน เพราะหากลมยางอ่อนจะทำให้กินยางและส่งผลต่อการเผาผลาญเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ได้

2. หลีกเลี่ยงการสัมภาระสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพราะบางครั้งการสัมภาระสิ่งของของรถแต่ละประเภทจะมีการจำกัดที่แตกต่างกัน ยิ่งเป็นรถขนาดเล็กไปจนถึงกลางที่สัมภาระสิ่งของมาก ก็จะยิ่งทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักมากขึ้น และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากตามไปด้วย

3. ไม่ต้องอุ่นเครื่องนานก่อนขับขี่ ให้เพียงแค่เครื่องเดินเรียบก็สามารถออกรถได้เลย โดยการค่อยๆออกรถให้ปรับสภาพได้

4. เร่งเครื่องช้าๆ แต่นุ่มนวล อย่าเร่งแบบกระชากหรือแรง ที่สำคัญคืออย่าเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นโดยเร็วเกินไป

5. อย่าติดเครื่องเดินเบานานเกินไป โดยเฉพาะหากจอดรอเป็นเวลานานโดยไม่ได้ขับขี่ ควรดับเครื่องก่อนแล้วค่อยๆสตาร์ทรถใหม่ในภายหลังจะช่วยให้ประหยัดพลังงานและลดการใช้งานขอเครื่องยนต์ลงได้

6. หลีกเลี่ยงการลากเกียร์ หรือแม้กระทั่งการเร่งเครื่องจนรอบจัดจนเกินไป แต่ให้ใช้เกียร์ที่เหมาะสมกับช่วงของความเร็วและพื้นถนน เพราะเกียร์บางอันดับจะไม่เหมาะกับสภาพถนนบางประเภท อย่างเช่น การขับรถบนทางลาดชันควรใช้เกียร์ต่ำมากกว่าเกียร์สูง เป็นต้น

7. อย่าหยุดหรือเบรกโดยไม่จำเป็น ควรกะช่วงเวลาและสัญญาณไฟจราจรให้ดี และรักษาระยะจากรถคันอื่นให้พอประมาณ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการกระชากเกียร์และการเฉี่ยวชนในกรณีที่เบรกกระทันหันได้ห

8. อย่าพักเท้าบนแป้นเหยียบครัชท์โดยไม่จำเป็น เพราะจะส่งผลให้เกิดความสึกหรอกับส่วนต่างๆได้ ที่สำคัญยังสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น

9. รักษาความเร็วให้คงที่ การใช้ความเร็วที่คงที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่หนักเท่าการขับโดยการกระชากความเร็ว ยิ่งขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากเท่าใดยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นเท่านั้น

10. ล้างฝุ่นและโคลนใต้ท้องรถอยู่เป็นประจำ โดยจะสามารถป้องกันสนิมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับขี่ไปในแต่ละสถานที่ได้ โดยเฉพาะในยามที่ฝนตกและใต้ท้องรถจะร้องสัมผัสกับมลภาวะภายนอกโดยตรง

11. ตั้งศูนย์ล้อให้ได้ค่ามาตรฐาน เนื่องจากต้องระวังอย่าให้ชน หรือกระทบกระแทกจนศูนย์ล้อหน้าเสีย เพราะนอกจากจะทำให้ยางสึกหรอแล้ว ยังเพิ่มภาระการทำงานให้กับเครื่องยนต์ การใช้พลังงานก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

12. หมั่นปรับเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และได้สมรรถนะที่ดีอยู่เสมอ ที่สำคัญคือไม่สิ้นเปลืองพลังงาน